บทนำ

ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัย Shanghai Jiaotong ในครั้งนี้ เป็นการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างระบบปรับอากาศชนิดควบคุมจากส่วนกลางซึ่งใช้คอมเพรสเซอร์ดิจิตอลสโครล (คอยล์ร้อนหนึ่งตัวควบคุมคอยล์เย็นหลายตัว) กับระบบปรับอากาศแบบแยกส่วนทั่วไป (คอยล์ร้อนหนึ่งตัวควบคุมคอยล์เย็นหนึ่งตัว)

คอมเพรสเซอร์โคปแลนด์ดิจิตอลสโครลเหมาะสมมากกับการใช้งานในระบบที่ควบคุมจากส่วนกลาง เนื่องจากสามารถควบคุมอุณหภูมิของแต่ละคอยล์เย็นได้อย่างอิสระและแม่นยำ รวมถึงให้ค่าประสิทธิภาพทางพลังงานที่สูงในทุกๆ ช่วงอุณหภูมิและสภาพอากาศ ส่งผลให้สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้ทั้งการใช้งานในที่พักอาศัยและอาคารสำนักงาน

ลักษณะของห้องทดสอบ

ใช้วิธีการติดตั้ง ระบบดิจิตอลสโครล และระบบแยกส่วน ในห้องชุด 2 ห้อง (แต่ละห้องชุดมี 4 ห้องย่อย) โดยที่ห้องชุดทั้งสอง มีพื้นที่ ความสูงของเพดาน การตกแต่ง และวัสดุที่เหมือนกัน


ข้อมูลของระบบปรับอากาศ

ระบบปรับอากาศชนิดควบคุมจากส่วนกลางซึ่งใช้คอมเพรสเซอร์ดิจิตอลสโครลขนาด 5 แรงม้า
คอยล์ร้อน 1 ตัว
คอยล์เย็น 4 ตัว
ระบบปรับอากาศแบบแยกส่วน 4 ชุด แต่ละชุดมีประสิทธิทางพลังงานที่ต่างกัน
คอมเพรสเซอร์โรตารี่


สมรรถนะ

การวัดความสามารถของระบบ เป็นทั้งการวัดเชิงตัวเลข กล่าวคือ การวัดความรวดเร็วในการตอบสนองเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิห้อง และการวัดเชิงคุณภาพ โดยดูที่ความรู้สึกสบายที่ได้รับจากระบบปรับอากาศ  

จากการทดสอบพบว่า ระบบปรับอากาศแบบแยกส่วนทั่วไป มีการตัด-ต่อ 7.5 ครั้งใน 2 ชั่วโมง ในขณะที่ระบบดิจิตอลสโครลจะไม่มีการตัดต่อของคอมเพรสเซอร์ เนื่องจากคอมเพรสเซอร์ดิจิตอลสโครลสามารถทำความเย็นอย่างต่อเนื่องได้ตั้งแต่ 10-100%  

การไม่มีการตัด-ต่อของระบบดิจิตอลสโครล ทำให้การควบคุมอุณหภูมิห้องทำได้อย่างแม่นยำมากกว่าระบบปรับอากาศแบบแยกส่วน ผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่า การผันผวนของอุณหภูมิที่คอยล์เย็นของระบบดิจิตอลสโครลเป็นแค่เพียง 1 ใน 3 ของระบบแบบแยกส่วนเท่านั้น 

สำหรับการทำงานในสภาวะไม่เต็มกำลัง (Partial Load) ระบบดิจิตอลสโครล ให้ความสบายมากกว่า เนื่องจากสามารถปรับอุณหภูมิให้ได้ตามที่ต้องการได้เร็วกว่า โดยใช้เวลาเพียง 8 นาที ในขณะที่ระบบแบบแยกส่วนใช้เวลานานถึง 11 นาที


ประสิทธิภาพทางพลังงาน

การคำนวณอัตราการใช้พลังงานแบบฤดู (SEER) ใช้สำหรับวัดประสิทธิภาพทางพลังงานโดยเฉลี่ยทั้งปีของระบบปรับอากาศ   

Heating Season Performance Factor (HSPF) ใช้สำหรับวัดประสิทธิภาพทางพลังงานโดยเฉลี่ยทั้งปีของระบบการทำความร้อน (Heat Pump Systems)



ค่า SEER ในฤดูร้อน

ระบบดิจิตอลสโครลมีค่าประสิทธิภาพทางพลังงานที่เหนือกว่าระบบแบบแยกส่วนมาก โดยมีค่า SEER อยู่ที่ 3.15 และมีการใช้พลังงานเพียง 101kwh   

ค่า HSPF ในฤดูหนาว

ระบบดิจิตอลสโครลมีค่าประสิทธิภาพทางพลังงานที่เหนือกว่าระบบแบบแยกส่วนมากทั้งในการทำงานช่วงกลางวันและกลางคืน โดยประหยัดพลังงานลงได้ 263 kwh หรือเท่ากับ 5.3% ในช่วงกลางวันและประหยัดได้ถึง 478 kwh หรือ 8.5% ในช่วงกลางคืน

 สรุป

 การประหยัดพลังงาน

  • ประหยัดลง 2.9% สำหรับโหมดการทำความเย็น
  • ประหยัดลง 14.4% สำหรับโหมดการทำความร้อน
  • ตลอดทั้งปีสามารถประหยัดได้ 11%
  • การประหยัดพลังงานจะยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อมีการใช้งานร่วมกับคอยล์เย็นที่มากขึ้น

 ความสบายที่เหนือกว่า

  • ปรับอุณหภูมิตามความต้องการได้เร็วกว่า
  • ควบคุมอุณหภูมิได้คงที่และแม่นยำ

ประหยัดเนื้อที่

  • ใช้คอยล์ร้อนเพียงตัวเดียว