ซึ่งนับเป็นการพัฒนาที่อยู่เหนือเทคโนโลยีอินเวอร์ทเตอร์ ซึ่งสามารถทำความเย็นได้แบบเป็นขั้น (Step) เท่านั้น และการทำความเย็นแบบต่อเนื่องทำให้การควบคุม อุณหภูมิในห้องทำได้อย่างแม่นยำ อีกทั้ง ยังทำให้เกิด ประสิทธิภาพเชิงพลังงานแบบฤดู (Seasonal Energy Efficiency) ที่สูง เนื่องจากการเปิด-ปิดคอมเพรสเซอร์ บ่อยครั้งทำให้สิ้นเปลืองพลังงานมาก การทำความเย็น ได้ในช่วงที่กว้างของดิจิตอลสโครลช่วยลดจำนวนครั้งใน การเปิด-ปิด และการใช้พลังงานลงได้
สำหรับระบบปรับอากาศที่สามารถปรับขนาดการทำความเย็นได้นั้น ประสิทธิภาพเชิงพลังงานที่วัดจากการทำงานที่จุดเดียวไม่ใช่ดัชนีชี้วัดที่ดี การคำนวณอัตราการใช้พลังงานแบบฤดู (SEER) จะเป็นการคำนวณที่ดีกว่าสำหรับการคิดค่าพลังงานเฉลี่ยทั้งปี
ดิจิตอลสโครลได้รับการประเมินโดยมาตรฐาน JIS และ ARI ว่ามีการทำงานที่ดีและให้ค่า SEER ที่ยอดเยี่ยม ค่า SEER จะยิ่งมากขึ้น สำหรับระบบแบบที่ใช้การต่อพ่วงของคอมเพรสเซอร์สองตัว (Tandem Configuration) โดยที่ตัวหนึ่งคือคอมเพรสเซอร์ดิจิตอลสโครล และอีกตัวคือคอมเพรสเซอร์แบบธรรมดา (Fixed Speed) เมื่อคอมเพรสเซอร์สองตัวทำงานพร้อมกัน ระบบจะมีค่าประสิทธิภาพเชิงพลังงาน (EER) ที่สูง และแม้ในจังหวะการทำความเย็นเพียง 50% เมื่อคอมเพรสเซอร์เพียงตัวเดียวทำงานเต็มกำลัง ระบบก็ยังคงมีค่า EER ที่สูงเช่นกัน
ปัจจัยสำคัญสองอย่างที่ทำให้การหมุนเวียนน้ำมันเป็นเรื่องง่ายสำหรับระบบดิจิตอลสโครลคือ ประการแรก น้ำมันไหลออกจากคอมเพรสเซอร์ในช่วงสภาวะโหลดเท่านั้น ดังนั้นในช่วงการทำความเย็นที่ค่าความเย็นต่ำ (Low Capacity) จะมีน้ำมันไหลออกจากคอมเพรสเซอร์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ประการที่สอง ดังที่ได้อธิบายไว้ ก่อนหน้านี้ว่า คอมเพรสเซอร์ทำงานเต็มกำลังในช่วงสภาวะโหลด อัตราการไหลของสารทำความเย็นในระบบใน ช่วงสภาวะโหลดนั้นมากพอที่จะดึงน้ำมันกลับเข้าคอมเพรสเซอร์ จากการทดสอบพบว่า น้ำมันสามารถกลับเข้า คอมเพรสเซอร์ได้แม้กระทั่งในสภาพการทำงานที่ยากที่สุด กล่าวคือที่ช่วงการทำความเย็นต่ำ ที่ท่อความยาว 100 เมตรในแนวนอน และ 30 เมตรในแนวตั้ง (โดยใช้ Oil Trap ตามมาตรฐาน) ทั้งในลักษณะที่คอยล์ร้อนอยู่ สูงและต่ำกว่าคอยล์เย็น
การลดความชื้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสร้างความรู้สึกสบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะการทำความเย็นที่ค่าความเย็นต่ำ (Low Capacity) ในสภาวะนี้ คอมเพรสเซอร์แบบอินเวอร์ทเตอร์จะหมุนที่ความเร็วรอบต่ำ ดังนั้นอัตราการไหลของสารทำความเย็นจะต่ำ ทำให้เกิดความดันด้านดูดที่สูง และส่งผลให้เกิด Sensible Heat Factor (SHF) ที่สูง
คอมเพรสเซอร์ดิจิตอลสโครลมีความสามารถในการลดความชื้นที่ดี เนื่องจากทำงานที่ความดันด้านดูดที่ต่ำกว่าแบบอินเวอร์ทเตอร์ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่า ที่ทุกช่วงการปรับความเย็น คอมเพรสเซอร์จะทำงานเต็มกำลังในช่วงสภาวะโหลด การทำงานเต็มกำลัง ส่งผลให้ค่าเฉลี่ยของความดันด้านดูดต่ำ และทำให้ค่า SHF ต่ำไปด้วย
การรบกวนของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าถือเป็นปัญหาหลักของระบบอินเวอร์ทเตอร์ในหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทวีปยุโรปที่มีกฎหมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับปริมาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารบกวนในอุปกรณ์ไฟฟ้า
ระบบดิจิตอลสโครลก่อให้เกิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารบกวนน้อยมากหรือแทบจะไม่มีเลย ทั้งนี้เนื่องจากการควบคุมให้เกิดสภาวะโหลดและสภาวะไร้โหลดของสโครลเป็นการทำงานทางกล ซึ่งไม่เพียงแต่จะตัดความต้องการในการใช้อุปกรณ์ควบคุมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความเรียบง่ายและน่าเชื่อถือให้กับระบบปรับอากาศอีกด้วย