ดิจิตอลสโครลสามารถทำความเย็นในช่วงที่กว้างตั้งแต่ 10-100% อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น 11%, 12%, 13%,...

ซึ่งนับเป็นการพัฒนาที่อยู่เหนือเทคโนโลยีอินเวอร์ทเตอร์ ซึ่งสามารถทำความเย็นได้แบบเป็นขั้น (Step) เท่านั้น และการทำความเย็นแบบต่อเนื่องทำให้การควบคุม อุณหภูมิในห้องทำได้อย่างแม่นยำ อีกทั้ง ยังทำให้เกิด ประสิทธิภาพเชิงพลังงานแบบฤดู (Seasonal Energy Efficiency) ที่สูง เนื่องจากการเปิด-ปิดคอมเพรสเซอร์ บ่อยครั้งทำให้สิ้นเปลืองพลังงานมาก การทำความเย็น ได้ในช่วงที่กว้างของดิจิตอลสโครลช่วยลดจำนวนครั้งใน การเปิด-ปิด และการใช้พลังงานลงได้







สำหรับระบบปรับอากาศที่สามารถปรับขนาดการทำความเย็นได้นั้น ประสิทธิภาพเชิงพลังงานที่วัดจากการทำงานที่จุดเดียวไม่ใช่ดัชนีชี้วัดที่ดี การคำนวณอัตราการใช้พลังงานแบบฤดู (SEER) จะเป็นการคำนวณที่ดีกว่าสำหรับการคิดค่าพลังงานเฉลี่ยทั้งปี

ดิจิตอลสโครลได้รับการประเมินโดยมาตรฐาน JIS และ ARI ว่ามีการทำงานที่ดีและให้ค่า SEER ที่ยอดเยี่ยม ค่า SEER จะยิ่งมากขึ้น สำหรับระบบแบบที่ใช้การต่อพ่วงของคอมเพรสเซอร์สองตัว (Tandem Configuration) โดยที่ตัวหนึ่งคือคอมเพรสเซอร์ดิจิตอลสโครล และอีกตัวคือคอมเพรสเซอร์แบบธรรมดา (Fixed Speed) เมื่อคอมเพรสเซอร์สองตัวทำงานพร้อมกัน ระบบจะมีค่าประสิทธิภาพเชิงพลังงาน (EER) ที่สูง และแม้ในจังหวะการทำความเย็นเพียง 50% เมื่อคอมเพรสเซอร์เพียงตัวเดียวทำงานเต็มกำลัง ระบบก็ยังคงมีค่า EER ที่สูงเช่นกัน





การหมุนเวียนน้ำมันกลับเข้าคอมเพรสเซอร์ถือเป็นปัญหาหลักสำหรับระบบที่สามารถปรับขนาดการทำความเย็น ได้ เทคโนโลยีอื่นๆ ในปัจจุบันใช้ตัวแยกน้ำมัน (Oil Separator) หรือระบบการหมุนเวียนน้ำมันที่ซับซ้อน ใน ขณะที่ดิจิตอลสโครลเป็นคอมเพรสเซอร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่จำเป็นต้องใช้ตัวแยกน้ำมัน หรือวงจรการ ไหลเวียนของน้ำมันที่ซับซ้อน (สำหรับการใช้งานปกติ)

ปัจจัยสำคัญสองอย่างที่ทำให้การหมุนเวียนน้ำมันเป็นเรื่องง่ายสำหรับระบบดิจิตอลสโครลคือ ประการแรก น้ำมันไหลออกจากคอมเพรสเซอร์ในช่วงสภาวะโหลดเท่านั้น ดังนั้นในช่วงการทำความเย็นที่ค่าความเย็นต่ำ (Low Capacity) จะมีน้ำมันไหลออกจากคอมเพรสเซอร์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ประการที่สอง ดังที่ได้อธิบายไว้ ก่อนหน้านี้ว่า คอมเพรสเซอร์ทำงานเต็มกำลังในช่วงสภาวะโหลด อัตราการไหลของสารทำความเย็นในระบบใน ช่วงสภาวะโหลดนั้นมากพอที่จะดึงน้ำมันกลับเข้าคอมเพรสเซอร์ จากการทดสอบพบว่า น้ำมันสามารถกลับเข้า คอมเพรสเซอร์ได้แม้กระทั่งในสภาพการทำงานที่ยากที่สุด กล่าวคือที่ช่วงการทำความเย็นต่ำ ที่ท่อความยาว 100 เมตรในแนวนอน และ 30 เมตรในแนวตั้ง (โดยใช้ Oil Trap ตามมาตรฐาน) ทั้งในลักษณะที่คอยล์ร้อนอยู่ สูงและต่ำกว่าคอยล์เย็น





การลดความชื้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสร้างความรู้สึกสบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะการทำความเย็นที่ค่าความเย็นต่ำ (Low Capacity) ในสภาวะนี้ คอมเพรสเซอร์แบบอินเวอร์ทเตอร์จะหมุนที่ความเร็วรอบต่ำ ดังนั้นอัตราการไหลของสารทำความเย็นจะต่ำ ทำให้เกิดความดันด้านดูดที่สูง และส่งผลให้เกิด Sensible Heat Factor (SHF) ที่สูง

คอมเพรสเซอร์ดิจิตอลสโครลมีความสามารถในการลดความชื้นที่ดี เนื่องจากทำงานที่ความดันด้านดูดที่ต่ำกว่าแบบอินเวอร์ทเตอร์ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่า ที่ทุกช่วงการปรับความเย็น คอมเพรสเซอร์จะทำงานเต็มกำลังในช่วงสภาวะโหลด การทำงานเต็มกำลัง ส่งผลให้ค่าเฉลี่ยของความดันด้านดูดต่ำ และทำให้ค่า SHF ต่ำไปด้วย




การรบกวนของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าถือเป็นปัญหาหลักของระบบอินเวอร์ทเตอร์ในหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทวีปยุโรปที่มีกฎหมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับปริมาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารบกวนในอุปกรณ์ไฟฟ้า

ระบบดิจิตอลสโครลก่อให้เกิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารบกวนน้อยมากหรือแทบจะไม่มีเลย ทั้งนี้เนื่องจากการควบคุมให้เกิดสภาวะโหลดและสภาวะไร้โหลดของสโครลเป็นการทำงานทางกล ซึ่งไม่เพียงแต่จะตัดความต้องการในการใช้อุปกรณ์ควบคุมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความเรียบง่ายและน่าเชื่อถือให้กับระบบปรับอากาศอีกด้วย





ความสามารถในการปรับเปลี่ยนและควบคุมอุณหภูมิตามต้องการได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำเป็นสิ่งจำเป็นในการสร้างความรู้สึกสบายให้กับผู้ใช้งาน และจากการที่ดิจิตอลสโครลสามารถเปลี่ยนกำลังการทำงานจาก 100% ลงเหลือ 10% หรือกลับกันได้ทันทีโดยการเปลี่ยนวงจรเวลาของสภาวะโหลดและสภาวะไร้โหลด จึงทำให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการความเย็นได้อย่างรวดเร็ว





ความทนทานและน่าเชื่อถือของระบบปรับอากาศและอิเลคทรอนิกส์ถือ เป็นปัญหาสำคัญในประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย ซึ่งอินเวอร์ทเตอร์ เป็นระบบที่มีชิ้นส่วนทางอิเลคทรอนิกส์์ที่ซับซ้อนมาก อีกทั้งเมื่อรวม เข้ากับการติดตั้งที่ยากลำบาก และสภาวะอากาศที่ร้อนจัด ทำให้ โอกาสในการเกิดปัญหาเรื่องความทนทานและน่าเชื่อถือมีมากขึ้น 

สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนเมื่อมีการต่อบายพาส ทั้งแบบบายพาสแก๊สร้อน และของเหลว จึงทำให้มีโอกาสในการเกิดปัญหาสูงกว่า ในขณะที่ ดิจิตอลสโครลนั้นเป็นระบบที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน รูปด้านขวา แสดง ให้เห็นถึงบอร์ดอิเลคทรอนิกส์์สำหรับควบคุมคอยล์ร้อน (Outdoor Unit) ของดิจิตอลสโครลซึ่งไม่ซับซ้อน



การทำบายพาสสารทำความเย็นที่เป็นแก๊สร้อนและของเหลวถูกนำมาใช้สำหรับระบบปรับอากาศส่วนใหญ่ใน ปัจจุบัน เนื่องจากคอมเพรสเซอร์ที่ใช้ไม่สามารถทำความเย็นที่ค่าความเย็นต่ำได้ แต่ดิจิตอลสโครลสามารถลด กำลังการทำงานลงเหลือเพียง 10% ได้ ดังนั้นการต่อบายพาสแบบนี้จึงไม่จำเป็น สำหรับระบบปรับอากาศที่ใช้ เทคโนโลยีดิจิตอลสโครลส่งผลให้ประหยัดต้นทุน และเป็นระบบที่ใช้งานง่าย





ขนาดที่เล็กลงทำให้ต้นทุนค่าวัตถุดิบ หีบห่อ จัดเก็บ และขนส่งสินค้าต่ำไปด้วย ด้วยความเรียบง่ายของ
คอมเพรสเซอร์ดิจิตอลสโครล ทำให้สามารถออกแบบระบบปรับอากาศให้มีรูปทรงกะทัดรัดและสามารถประหยัดเนื้อที่ได้ถึง 30% จากเทคโนโลยีปัจจุบันทั่วไป