Visit www.emerson.com
home
|
site map
|
contact us
| language:
Select
English
Chinese
Thai
Russian
Italian
Turkish
About Digital Scroll
News & Events
Proven Success
Education Services
Online Forum
Heat Load Calculator
Q&A
LOGIN
OEM
|
Dealer and Installer
|
Consulting Engineers
|
Developer
|
Home Owner
Technology
How it works
Advantages
Production Information
Digital Scroll Models
Problem Diagnosis
Application Guidelines
Comparison
Technology Comparison
System Comparison
เทคโนโลยีดิจิตอลสโครล โดย Emerson Climate Technologies เป็นเทคโนโลยีที่มีความเรียบง่าย และมี ประสิทธิภาพสูงสำหรับเทคโนโลยีการปรับขนาดการทำ ความเย็นได้ ซึ่งให้ประโยชน์ที่ดีและมากกว่าเทคโนโลยีอื่นๆ ในเรื่องของประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ ผลการทำความ เย็น และความสบาย
วิธีการปรับค่าความเย็น (Modulation Capacity Method)
วิธีการปรับค่าความเย็น (Modulation Capacity Method)
เทคโนโลยีดิจิตอลสโครล
การเปลี่ยนแปลงค่าการทำความเย็นของคอมเพรสเซอร์ทำได้อย่างต่อเนื่องโดยการเปลี่ยนระยะเวลาของการทำงานที่สภาวะโหลด (Loaded State) และสภาวะไร้โหลด (Unloaded State) ในแต่ละช่วงวงจรเวลา (Cycle Time) คอมเพรสเซอร์จะทำความเย็นเต็มกำลังในสภาวะโหลด แต่จะไม่มีการทำความเย็นในสภาวะไร้โหลด ค่าความเย็นรวมจะคิดจากค่าเฉลี่ยของความเย็นที่ได้จากสภาวะโหลดและสภาวะไร้โหลด ซึ่งสามารถทำได้ต่อเนื่องตั้งแต่ 10-100% โดยที่คอมเพรสเซอร์จะทำงานที่ความเร็วรอบคงที่เสมอ
เทคโนโลยี
อินเวอร์ทเตอร์
ค่าการทำความเย็นของคอมเพรสเซอร์สามารถปรับเปลี่ยนได้โดยการปรับเปลี่ยนความถี่ เพื่อควบคุมความเร็วรอบของมอเตอร์คอมเพรสเซอร์ ระบบนี้จะสามารถปรับค่าการทำความเย็นได้แบบเป็นขั้น (Step) ในช่วง 47-130% (ช่วงความถี่ 30-110 Hz) โดยที่สามารถทำงานที่ความถี่สูงได้เพียงระยะสั้นๆ เนื่องจากความถี่สูงจะส่งผลกระทบต่ออัตราหมุนเวียนน้ำมัน และความร้อนที่มอเตอร์
คอมเพรสเซอร์ ที่ทำความเย็นได้หลายระดับ
ระบบนี้อาศัยการบายพาสแก๊สร้อน (Hot Gas Bypass) ในการเปลี่ยนแปลงค่าการทำความเย็นโดยแก๊สร้อนที่ได้ไม่ได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ทั้งหมด แต่ถูกนำกลับเข้ามาในคอมเพรสเซอร์ด้านดูดอีกทีเพื่อลดค่าการทำความเย็น ตัวอย่างเช่น ถ้าคอมเพรสเซอร์แบบสองตัวต่อพ่วง และมีการต่อบายพาสแก๊สร้อนจะสามารถทำความเย็นได้ทั้งหมด 8 ค่าความเย็น
ประสิทธิภาพทางพลังงาน (Energy Efficiency – COP)
ประสิทธิภาพทางพลังงาน (Energy Efficiency – COP)
เทคโนโลยีดิจิตอลสโครล
ยอดเยี่ยม การที่ใช้พลังงานต่ำในสภาวะไร้โหลด (เพียง 10% ของพลังงานที่ใช้ในสภาวะโหลด) ทำให้การใช้พลังงานรวมเฉลี่ยต่ำ และให้ค่าประสิทธิภาพเชิงพลังงงานที่สูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่การทำความเย็นแบบไม่เต็มกำลัง (Partial Load)
เทคโนโลยี
อินเวอร์ทเตอร์
ใช้ได้ ระบบนี้จะมีการสูญเสียทางพลังงานที่ชุดอินเวอร์ทเตอร์เสมอ (ประมาณ 15%) นอกจากนี้ยังต้องอาศัยการต่อบายพาสแก๊สร้อน (Hot Gas Bypass) ในช่วงการทำงานที่ค่าความเย็นต่ำ (Low Capacity) และต้องอาศัยการฉีดน้ำยาเหลวกลับ (Liquid Injection) ในสภาวะอากาศที่อุณหภูมิสูง
คอมเพรสเซอร์ ที่ทำความเย็นได้หลายระดับ
ดีแค่ที่ระดับ 50% และ 100% (จากตัวอย่างข้างต้นที่ใช้คอมเพรสเซอร์แบบต่อพ่วงสองตัว) ซึ่งระบบไม่ต้องการใช้การบายพาสแก๊สร้อนแต่ประสิทธิภาพจะต่ำที่ระดับอื่นเมื่อมีการบายพาสแก๊สร้อน
ประสิทธิภาพเชิงพลังงานแบบฤดู* (Seasonal Energy Efficiency Ratio – SEER)
ประสิทธิภาพเชิงพลังงานแบบฤดู* (Seasonal Energy Efficiency Ratio – SEER)
เทคโนโลยีดิจิตอลสโครล
สูง เนื่องจากไม่ได้สูญเสียพลังงานที่ชุดอินเวอร์ทเตอร์ (Inverter) และวงจรบายพาส (Bypass) ดังนั้นประสิทธิภาพเชิงพลังงานจึงสูง ประหยัดพลังงานได้ยอดเยี่ยมตลอดทั้งปี
เทคโนโลยี
อินเวอร์ทเตอร์
ใช้ได้ แต่ไม่ดีมาก เนื่องจากจะมีการสูญเสียพลังงานเสมอที่ชุดควบคุม
อินเวอร์ทเตอร์ และต้องใช้การบายพาสแก๊สร้อน (Hot Gas Bypass) ในช่วงการทำงานที่ค่าความเย็นต่ำ (Low Capacity)
คอมเพรสเซอร์ ที่ทำความเย็นได้หลายระดับ
ต่ำ เพราะการบายพาสของแก๊สร้อนจะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง
การควบคุมอุณหภูมิ (Room Temperature Control)
การควบคุมอุณหภูมิ (Room Temperature Control)
เทคโนโลยีดิจิตอลสโครล
แม่นยำ ด้วยการทำความเย็นที่ต่อเนื่อง ทำให้ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของความต้องการความเย็นได้รวดเร็ว และแม่นยำกว่าเทคโนโลยีอื่นๆ
เทคโนโลยี
อินเวอร์ทเตอร์
ใช้ได้ การที่เป็นการทำความเย็นแบบเป็นขั้น (จากการเปลี่ยนความถี่แบบเป็นขั้น) ทำให้การควบคุมอุณหภูมิในจังหวะที่มีการเปลี่ยนแปลงทำได้ช้า
คอมเพรสเซอร์ ที่ทำความเย็นได้หลายระดับ
ไม่แม่นยำ ระบบไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิห้องให้คงที่ได้ดี เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงความเย็นทำได้เพียงไม่กี่ระดับเท่านั้น
การลดความชื้น** (Dehumidifying Performance)
การลดความชื้น** (Dehumidifying Performance)
เทคโนโลยีดิจิตอลสโครล
ในแต่ละช่วงวงจรเวลา คอมเพรสเซอร์จะมีช่วงการทำงานที่สภาวะโหลดเสมอ (อย่างน้อย 2-3 วินาที สำหรับกรณีโหลดต่ำ) การไหลเวียนของน้ำยาในสภาวะโหลดนี้จะมีความเร็วสูงและมีมวลมาก ทำให้ได้อุณหภูมิด้านดูด (Evaporating Temperature) ที่ต่ำ ซึ่งทำให้การลดความชื้นทำได้ดี
เทคโนโลยี
อินเวอร์ทเตอร์
ในช่วงการทำงานที่ค่าความเย็นต่ำ (Partial Load) ความเร็วของคอมเพรสเซอร์แบบอินเวอร์ทเตอร์จะต่ำและความเร็วในการไหลกลับของแก๊สจะต่ำ ซึ่งทำให้แรงดันและอุณหภูมิด้านดูด (Evaporating Pressure and Temperature) สูงขึ้น ซึ่งเป็นผลให้มีการควบคุมความชื้นที่ไม่ดี
คอมเพรสเซอร์ ที่ทำความเย็นได้หลายระดับ
แก๊สร้อนจำนวนมากได้ถูกบายพาส และความเร็วในการไหลกลับของแก๊สต่ำ ทำให้ความดันและอุณหภูมิด้านดูดสูง ส่งผลให้การลดความชื้นเป็นไปได้ยาก
ความทนทานและน่าเชื่อถือ (Reliability)
ความทนทานและน่าเชื่อถือ (Reliability)
เทคโนโลยีดิจิตอลสโครล
มีความทนทานและน่าเชื่อถือสูง และอายุการใช้งานที่ยาวนาน บอร์ดวงจรควบคุม (PCB) และวงจรท่อที่เรียบง่ายทำให้เกิดความทนทานและน่าเชื่อถือสูง
เทคโนโลยี
อินเวอร์ทเตอร์
มีความทนทานและน่าเชื่อถือต่ำ ระบบนี้จะเป็นระบบที่ยุ่งยาก ทั้งบอร์ดวงจรควบคุม การติดตั้งและระบบควบคุมอิเลคทรอนิกส์ ความยุ่งยากและความซับซ้อนเหล่านี้ส่งผลให้ความทนทานและความน่าเชื่อถือต่ำ
คอมเพรสเซอร์ ที่ทำความเย็นได้หลายระดับ
มีอายุการใช้งานสั้น ไม่เพียงแต่คอมเพรสเซอร์แบบโรตารี่จะมีประสิทธิภาพต่ำกว่าแบบสโครลเท่านั้น แต่ลิ้น (Blade) ของคอมเพรสเซอร์โรตารี่ยังสึกหรอได้ง่ายมาก
ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Environmentally Friendly)
ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Environmentally Friendly)
เทคโนโลยีดิจิตอลสโครล
ไม่มีปัญหาด้านสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารบกวน
เทคโนโลยี
อินเวอร์ทเตอร์
มีปัญหาเรื่องสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารบกวนและคลื่นความถี่สูง
คอมเพรสเซอร์ ที่ทำความเย็นได้หลายระดับ
ไม่มีปัญหาด้านสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารบกวน
*
ตามมาตรฐาน ARI 210/240 COP ทั้ง 4 จุด (25%, 50%, 75%, 100%) จำเป็นต้องมีการคำนวณ
ค่า IPLV (หรือ SEER)
**
ยกตัวอย่างเช่น การที่มีการเปิดตัวคอยล์เย็นที่มากกว่าหนึ่งตัว ซึ่งมาจากระบบการทำความเย็นเดียวกัน