เครื่องปรับอากาศแบบหน้าต่างนี้เป็นชนิดเครื่องเดียว ซึ่งรวมตัวคอยล์ร้อนและคอยล์เย็นเข้าด้วยกัน ประโยชน์การใช้งานของเครื่องรุ่นนี้จะจำกัดกับห้องที่ต้องการระบบปรับอากาศรุ่นเล็กเท่านั้น ส่วนใหญ่จะมีขนาดกำลังต่ำกว่า 18,000 Btu

ข้อดี
  • ต้นทุนแรกเริ่มต่ำ
  • สามารถติดตั้งได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย
ข้อเสีย
  • เสียงดัง
  • ช่วงความสามารถในการทำงานน้อย
  • ค่าความผันผวนในอุณหภูมิภายในห้องมีมาก
  • ความสามารถในการส่งอากาศเย็น เป็นไปในช่วงแคบกว่าเครื่องปรับอากาศชนิดอื่น
  • ไม่มีความสวยงาม





เครื่องปรับอากาศแยกส่วนแบบแขวนผนังเป็นชนิดของเครื่องปรับอากาศที่นิยมใช้ในบ้านพักอาศัยในเอเชีย เครื่องปรับอากาศชนิดนี้จะแยกส่วนคอยล์ร้อน (ซึ่งมีคอมเพรสเซอร์อยู่ด้านใน) ออกจากคอยล์เย็น โดยระบบนี้ การใช้งานจะมีข้อจำกัดในการทำงานที่ไม่สูงมาก เหมือนกับระบบหน้าต่าง (ส่วนใหญ่จะมีขนาดกำลังต่ำกว่า 18,000 Btu)

ข้อดี
  • ต้นทุนแรกเริ่มต่ำ
  • ง่ายในการติดตั้ง
  • เสียงดังน้อยกว่าแบบ หน้าต่าง เนื่องจากมีการ แยกตัวคอยล์ร้อนออกจาก ตัวคอยล์เย็น
  • ความสามารถในการส่ง อากาศเย็น เป็นไปในช่วง ที่กว้างกว่าเครื่องปรับ อากาศแบบหน้าต่าง
ข้อเสีย
  • ช่วงความสามารถในการ ทำงานน้อย
  • ค่าความผันผวนใน อุณหภูมิภายในห้องมีมาก สำหรับระบบปรับอากาศที่ มีความเร็วแบบคงที่
  • ระยะท่อระหว่างคอยล์เย็น และคอยล์ร้อนสามารถทำ ได้ไม่กี่เมตรเท่านั้น
  • คอยล์ร้อนไม่มีความสวย งาม





PAC หรือ Packaged A/C เป็นระบบที่แยกส่วน แบบตั้ง แทนที่จะเป็นแบบแขวนผนัง ระบบนี้มีความสามารถในการทำงานที่มากกว่าระบบแบบแขวนผนัง (ขนาดกำลังมากกว่า 18,000 Btu) ระบบนี้มีความเหมาะสมทั้งที่พักอาศัยขนาดใหญ่หรือพื้นที่การค้าขนาดเล็ก

ข้อดี
  • ง่ายในการติดตั้ง
  • ต้นทุนแรกเริ่มต่ำ เมื่อเทียบกับความสามารถในการทำงาน
  • ความสามารถในการส่งอากาศเย็น เป็นไปในช่วงที่ไกลกว่าเครื่องปรับอากาศแบบหน้าต่าง หรือแยกส่วน แขวนผนัง

 ข้อเสีย

  • ใช้พื้นที่กว้างในการติดตั้ง
  • ค่าความผันผวนในอุณหภูมิภายในห้องมีมาก สำหรับระบบปรับอากาศที่มีความเร็วแบบคงที่
  • คอยล์ร้อนไม่มีความสวยงาม
  • ระยะท่อระหว่างคอยล์เย็นและคอยล์ร้อนสามารถทำได้ไม่กี่เมตรเท่านั้น





ระบบ Central A/C จะอ้างอิงถึงทุกระบบที่มีตัวคอยล์เย็นหลายตัวซึ่งสามารถทำความเย็นหรือทำความร้อน พร้อมๆ กันมากกว่าหนึ่งห้อง ข้อสำคัญคือ คอยล์ร้อนตัวเดียวจะผลักวงจรการทำความเย็นทั้งหมดในระบบ Central A/C และความเย็นซึ่งเกิดจากวงจรการทำงานนี้ จะถูกส่งไปยังห้องต่างๆ โดยผ่านตัวกลาง ไม่ว่าจะ เป็นอากาศ น้ำ และสารทำความเย็น เนื่องจากความต้องการในการทำความเย็นของห้องต่างๆ เกิดจากแหล่งให้ พลังงานตัวเดียว การออกแบบ Central A/C จึงจำเป็นต้องคำนึงถึงการคำนวณค่าภาระความร้อน (Load Calculations) และความยาวของท่อ

ช่วงความสามารถในการทำงานของ Central A/C จะกว้างมาก จากที่อยู่อาศัยขนาดเล็ก (ขนาดกำลังต่ำสุด ประมาณ 24,000 Btu) จนถึงสำนักงานขนาดใหญ่ ซึ่งใช้กับทั้งอาคาร โดยระบบนี้จะมีช่วงความสามารถในการ ทำงานที่กว้างกว่าระบบปรับอากาศประเภทอื่น ระบบ Central A/C ได้แก่ ระบบแบบน้ำเย็น (Chiller) ระบบ แบบช่องแอร์ (Air Duct) ระบบแบบฉีดน้ำยาไปที่ตัวคอยล์เย็นหลายตัวโดยตรง (DX, Direct Expansion Multi-evaporator)

ข้อดี

  • ความสวยงามของอาคาร ด้วยตัวคอยล์ร้อนเพียงเครื่องเดียว และตัวคอยล์เย็นหลายตัวซึ่งสามารถซ่อนใต้ฝ้าได้
  • ระยะการเดินท่อได้ไกล
  • ควบคุมและดูแลรักษาได้จากระบบศูนย์กลาง
  • ภาพลักษณ์ที่ดูดี
  • การควบคุมอุณหภูมิที่เที่ยงตรงและให้ความรู้สึกสบายโดยใช้ เทคโนโลยีแบบฉีดน้ำยาไปที่ตัวคอยล์เย็นหลายตัวโดยตรง
  • เป็นระบบที่ประหยัดพลังงานมากเมื่อใช้แบบเทคโนโลยีแบบ ฉีดน้ำยาไปที่ตัวคอยล์เย็นหลายตัวโดยตรง

 ข้อเสีย

  • การติดตั้งค่อนข้างยุ่งยากเนื่องจากต้องซ่อนท่อคอยล์เย็นทั้ง หมด
  • ต้นทุนแรกเริ่มสูง
  • ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญในการบำรุงรักษาและซ่อมแซมระบบเท่า นั้น
  • ชนิดที่ไม่สามารถปรับการทำความเย็น (Non-modulated) เช่นระบบน้ำเย็น (Chiller) และระบบช่องแอร์ (Air Duct) จะ ไม่สามารถที่จะควบคุมอุณหภูมิห้องแต่ละห้องแยกออกจาก กันได้